สมจิตร จงจอหอ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก เจ้าของวลี ผมเจ็บมาเยอะ

สมจิตร จงจอหอ

สมจิตร จงจอหอ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก เจ้าของวลี ผมเจ็บมาเยอะ

สมจิตร จงจอหอ ปี 1996 สมรัก ษ์คำสิงห์ ประกาศศักดา เป็นนักกีฬามวยสากลจากทีมชาติไทย และเป็นนักกีฬาคนแรกของประเทศไทย ที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ และสี่ปีต่อมามาที่ซิดนี้ ปี 2000 วิจารณ์ พลฤทธิ์ นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย รุ่นฟลายเวตก็สามารถคว้าเหรียญทองกลับมาฝากแฟนมวยและแฟนกีฬาชาวไทยได้อีกครั้งและ 4 ปีหลังจากนั้นในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2004 นะกรุงเอเธนส์ มนัส บุญจำนงค์ นักมวยสากลสมัครเล่นรุ่นไลท์เวลเตอร์เวทหรือรุ่น 64 กิโลกรัมก็สามารถคว้าเหรียญทอง กลับมาฝากแฟนกีฬาชาวไทยอีกครั้ง

เท่ากับว่าโอลิมปิกทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมาทีมชาติไทย สามารถคว้าเหรียญทอง ในกีฬามวยสากลสมัครเล่นมาได้ทั้งหมด เรียกได้ว่ามวยสากลถือเป็นกีฬาที่พาทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จมาแล้วนักต่อนัก ไม่ว่าจะเป็นรายการโอลิมปิก เอเชียนเกมส์หรือซีเกมส์ก็ตามปี 2004 จบลงนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย เดินทางมาถึงสนามบินนักกีฬาทีมชาติไทยนับไม่ถ้วน ตามแฮฮีโร่โอลิมปิกแต่แล้วก็มีคำพูดออกมา จากปากทีมงานคนหนึ่งว่า นักกีฬาเหรียญทองหรือเงินอยู่ด้านหน้า คนไม่ได้เรียนอยู่ด้านหลังครับ มนัส บุญจำนงค์ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกในปีนั้น เดินนำหน้าทัพนักกีฬามวยไทยไปถ่ายรูป

ตามมาด้วยฮีโร่เหรียญเงิน วรพจน์ เพชรขุ้ม และฮีโร่เหรียญทองแดงอย่าง สุริยา ปราสาทหินพิมาย สมจิตร จงจอหอ ในกีฬามวยสากลสมัครเล่นรุ่นฟลายเวต จึงตกรอบ 2 ในปีนั้นก็เดินตามบรรดาฮีโร่เหรียญโอลิมปิก ขึ้นไปด้วยเช่นกันแต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่สมาคมเดินเข้ามาหา สมจิตร จงจอหอ ดึงแขนเข้าออกและพูดว่าให้ออกไป

สมจิตร จงจอหอ หัวใจสลายเขาร้องไห้ตลอดกาล ที่เขาตกรอบตั้งแต่รอบ 2 แถมยังต้องอยู่ที่กรุงเอเธนร์ต่ออีก 7 วันเพื่อรอกลับมาพร้อมเพื่อน ตอนั้นว่าแย่แล้วเขายังต้องมาถูกผลักไสไล่ส่งอีก สมจิตรพูดไม่ออกเขารู้สึกเหมือนกับอากาศที่ไร้ตัวตน สมจิตรนึกในใจว่าทำไมวะทำไมถึงแพ้อายุ 29 ปีแล้วต้องรออีก 4 ปีแล้วอีก 4 ปีจะติดไหมอย่างไรก็ตามนี่คือจุดพลิกผัน ของผู้ไม่ยอมแพ้ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 มกราคมปี 1945 ประวัติสมจิตร จงจอหอ ได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกเขาเป็นบุตรของนายเช้าและนางฝ้ายจงจอหอ

มีพี่น้องทั้งสิ้น 7 คนซึ่งตัวเขาเองเป็นน้องคนเล็กสมจิตร จงจอหอ ไม่ได้อยู่กับครอบครัวที่ร่ำรวย และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเริ่มต้นชีวิต การเป็นนักมวยขึ้นมีอยู่วันหนึ่งสมจิตรในวัย 8 ขวบอยากได้ปืนแก๊ปกระบอกมาเล่น แต่เมื่อเขาขอเงินจากแม่กลับถูกปฏิเสธ และในวันเดียวกันนั้นเองเขาก็ตัดสินใจ ขอร้องพี่ชายของเขาให้พาตัวเองไปต่อยมวยที่งานวัด และเขาก็ได้ขึ้นชกในช่วงเย็นของวันนั้นเลย ในการแข่งขันครั้งแรกสมจิตรเอาชนะคู่แข่งได้

พร้อมกับได้เงินมา 100 บาทโดยเขาก็ได้นำเงิน 100 บาทจากการแข่งขันต่อยมวย ไปซื้อปืนแก๊ปมาเล่นพร้อมกับคิดในใจว่าต่อยมวยก็ได้ตังค์ดี และได้ของเล่นที่อยากได้แถมเหลือเงินอีกด้วย จนท้ายที่สุดปืนกระบอกนั้นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพนักมวยสมจิตร จงจอหอ เดินสายต่อยมวยตามงานวัดมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงช่วงม.3 พ่อแม่ของเขาไม่มีเงินส่งให้เรียนต่อ ทรัพย์สินที่บ้านก็หมดเกลี้ยงไปแล้ว เพราะพ่อของเขาติดการพนัน จึงทำให้สมจิตรตัดสินใจขอแม่ของเขาว่าเขาจะเดินทางไปสานฝัน อาชีพนักมวยต่อที่จังหวัดชลบุรี หลังจากนั้นก็เริ่มเดินสาย ต่อยมวยไทยอาชีพอย่างจริงจัง

และใช้ชื่อว่า ศิลาชัย วปรีชา สมจิตฉายามวยไทย ซึ่งเป็นนักมวยระดับปานกลาง และมีค่าตัวราวๆ 60,000 บาท นอกจากนี้สมจิตรยังส่งเงินกลับไปให้แม่ และครอบครัวของเขาใช้อย่างไม่ขาดสาย สมจิตรให้สัมภาษณ์ว่า ผมเป็นหมาล่าเนื้อได้มาก็ใช้ไปเดือนหน้าก็ชกอีกเป็นเรื่องปกติของนักมวย เราไม่มีการศึกษาในการวางแผนการใช้เงิน รายได้ก็ไม่ได้เยอะมากแต่มีภาระมากมีค่าตัว 5-6 หมื่นอยู่ระดับกลางๆเดือนละครั้งได้ 30,000 บาทคนละครึ่งกับหัวหน้าเรื่องราวยอดมวยโอลิมปิก thaiboxing888.com นำเรื่องราวที่เขาโดนาตั้งแต่เด็ก นำเสนอให้แฟนวยทุกคนได้ติดตาม

สมจิตร จงจอหอ

สมจิตร จงจอหอ เส้นทางที่เจ็บมาเยอะ จนคว้าเหรียญทองโอลิมปิก

มือชีวิตคนเราไม่ได้มีวาสนากับมวยไทย เขาเริ่มชกมวยแพ้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเขาก็ถอดใจและเลิกชกมวยไป โดยเขาออกมาทำงานซักรีดอยู่กับพี่สาวจนกระทั่งวันหนึ่ง ในขณะที่เขากำลังรีดผ้าอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงจากทีวีประกาศเชิญชวน ชายที่มีอายุระหว่าง 18-25 ปีเข้าร่วมเพื่อคัดตัวเป็นทีมชาตินั่นคือช่วงเวลาที่ความฝันของเขาพุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง สมจิตรจงจอหอขอเข้าไปซ้อมที่ค่ายมวยคลองเตยก่อนขึ้นชกคัดตัว 2 เดือนเมื่อถึงเวลาคัดตัวไฟแรกเขาชนะ

แต่ไฟที่ 2 เขาแพ้คะแนนให้กับสมรถคำสิงห์ ซึ่งเป็นพี่ชายของสมรักษ์คำสิงห์ตอนนั้นเอง เขาคิดว่าความฝันของเขาจบสิ้นแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องบังเอิญมากๆที่ฟอร์มของเขาดันไปเข้าตา พลเอก ทวีป จันทรโรจน์ นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่น สมจิตรได้รับการบรรจุให้เป็นทหาร และชกให้กับทางกองทัพบก เขาได้รับเงินเดือนเดือนละ 4,000 บาทและพยายามอย่างหนักเก็บเหรียญทองมาได้เรื่อยๆจนติดทีมชาติชุดซีในปี 1999 มวยสากลสมัครเล่นชุดเอถูกเรียกตัวไปฝึกซ้อมเพื่อเตรียมสู้ศึกโอลิมปิกปี 2001 เป็นโชคดีและเป็นโอกาสของสมจิตรจงจอหอ

ติดทีมชาติไทยชุดซีอยู่ในขณะนั้นสมจิตในวัย 22 ปีถูกเรียกตัวให้ไปแข่งขันในศึกซีเกมส์ปี 1999 ในประเทศบรูไนและเขาก็คว้าโอกาสอันล้ำค่านั้นไว้ได้ สมจิตรคว้าเหรียญทองซีเกมส์ในปีนั้นบวกกับเงินรางวัลอีก 200,000 บาท พร้อมกับเปิดฉากการเป็นตำนานนักกีฬามวยสากล ขวัญใจประเทศไทยโดยสมจิตรยังสามารถคว้าเหรียญทองซีเกมส์ได้ถึง 5 สมัยติดต่อกันรวมถึงยังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ในปี 2002 อีกด้วยแต่ก่อนที่จะเป็นฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก สมจิตรกดเจ็บมาแล้วนักต่อนัก ปากของเขาที่ว่าผมเจ็บมาเยอะในโอลิมปิก 2004 ที่มนัสบุญจำนงค์คว้าเหรียญทองมาฝากชาวไทย

ก็มีนักกีฬามวยสากลคนหนึ่ง ทำได้แค้ความผิดหวังอยู่นานสองนาน สมจิตรจงจอหอพลาดท่าแพ้ในการแข่งขันแมตช์ที่ 2 ทำให้เขาตกรอบอย่างน่าผิดหวัง 7 วันหลังจากนั้นเจ้าตัวต้องทนทุกข์อยู่ในค่ายฝึกซ้อม เนื่องจากเขาต้องรอกลับประเทศไทยพร้อมเพื่อนร่วมทีมชาติทุกคน เขาคิดในใจว่าตัวเองก็อายุปาเข้าไป 29 ปีแล้วกว่าจะถึงโอลิมปิกปีหน้าก็ต้องรออีก 4 ปีซึ่งจะเป็นปีสุดท้ายคำถามในใจเต็มไปหมด เขาจะคัดตัวติดไหมหากติดจะคว้าเหรียญทองได้หรือไม่ หรือจะผิดหวังซ้ำสมจิตรจงจอหอเกิดคำถามในใจ

เขาจะเลิกชกมวยในตอนนั้นเลยหรือไม่ แต่ด้วยความไม่ย่อท้อทำให้เขามองเห็นถึงหนทาง และตอบรับคำเชิญจากตัวในปี 2005 สมจิตรยอมรับว่าตัวเขายังคงมีภาพหลอนกับกีฬาโอลิมปิกครั้งสุดท้ายของเขา ทำแผลอีกทุกอย่างก็จะจบลงแต่สุดท้ายสมจิตรก็ฟิตซ้อมอย่างเต็มที่ สร้างความมั่นใจให้กับตัวเองและแน่ใจว่าตัวเขาจะต้องมีเหรียญติดมือแน่ๆ และก็อย่างที่เราทราบกันดีสมจิตรจงจอหอโดดเด่นอย่างมากในกีฬาโอลิมปิกปี 2008 ประเทศจีนเขาเดินหน้าเอาชนะคู่แข่งในรุ่นฟลายเวตเป็นว่าเล่น ตั้งแต่คู่แข่งจากทีมชาติโมร็อกโกอาเซอร์ไบจานทาจิกิสถานอิตาลี และปิดท้ายด้วยการคว้าเหรียญทอง โดยการเอาชนะนักมวยจากประเทศคิวบา ส่งตำนานเป็นนักกีฬามวยสากลคนสุดท้าย ที่สามารถคว้าเหรียญทองให้กับทีมชาติไทยได้

ทำไหมจึงเป็นฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก ทีคนรักมากที่สุดสมจิตร จงจอหอ 

สมจิตรจงจอหอที่มีนักมวยสากลสมัครเล่น ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย แต่คุณรู้ไหมทำไมเป็นเช่นนั้น สมจิต เหรียญทองโอลิมปิกปี 2008 สมจิตรบอกว่าเขากลายเป็นตำนานพร้อมกับน้ำตาลูกผู้ชาย ที่ว่าผมเจ็บมาเยอะแต่คุณรู้หรือไม่ คำว่าเยอะที่ว่ามันเยอะขนาดไหน สมจิตรเริ่มชกมวยไทยครั้งแรกตอนอายุ 8 ปีในตอนแรกๆเขาก็ชนะอยู่บ้าง แต่นานวันเข้าแทบทุกไฟมักจบด้วยความผิดหวังเสมอ เขาแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่าและสุดท้ายก็ตัดสินใจ เลิกชกมวยไทยและเปลี่ยนไปทำงานเป็นพนักงานร้านซักรีดแทน จนกระทั่งวันหนึ่งในวัย 21 ปีฝันก็จุดประกายมีการประกาศรับสมัคร นักกีฬาไปชกมวยศึกมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์ประเทศไทย สมจิตรอีกครั้งนี้เขานับหนึ่งอย่างจริงจัง การคัดตัววันนั้นนำไปการติดทีมชาติไทย

นักมวยไม่เคยง่ายสมจิตรยอมรับว่า ตัวเองมีความสุขฝันคนเก่งเขากลับไม่เชิดฉาย สมจิตรเสียโควต้าคัดโอลิมปิก 2000 ให้วิจารณ์พลฤทธิ์และครั้งนั้นวิจารณ์กลายเป็นฮีโร่ เหรียญทองของชาวไทยบนความผิดหวัง ซ้ำแล้วซ้ำเล่าสมจิตรกลับมาซ่อมใหม่ 2004 โอกาสก็กลับมาหาเขาจริงๆอีกครั้ง มีนักมวยชาวไทยถึง 3 คนที่ได้รับเหรียญกลับมา แต่สมจิตรไม่ใช่หนึ่งในนั้น แม้เขาจะเป็นตัวเต็งก็ตาม มนัสบุญจำนงค์สุริยาปราสาทหินพิมาย กลับเมืองไทยด้วยการเป็นฮีโร่ แต่สำหรับสมจิตรจงจอหอ เขาต้องอยู่หลังเวทีและไม่มีคนมาต้อนรับ

ในไหว 29 ปีกับโอลิมปิกที่ 4 ปีมีครั้งการแข่งขันครั้งต่อไปเขาจะมีอายุ 29 ปีเขาแทบไม่เหลือแล้ว 3 เดือนเต็มๆสมจิตรต้องเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร แต่เมื่อเขาคิดได้ว่าในเมื่อสู้มาจนถึงขั้นนี้แล้ว ก็ควรจะลองสักครั้งมองทีละช็อต จากนั้นจึงค่อยมาดูกันว่าตัวเองจะไปได้ถึงขนาดไหนและ 4 ปีที่รอคอยก็มาถึงสมจิตรกับโอกาสครั้งสุดท้ายของนักมวยสากลสมัครเล่น ไปแข่งในรุ่นฟลายเวทไม่ใช่แค่เพียงอายุที่มากขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อรู้ว่านี่คือโอกาสสุดท้ายของสมจิตร เขาศึกษาความผิดพลาดของตัวเองมากกว่าครั้งไหน สุดท้ายสมจิตรเอาชนะนักชกจากคิวบา และสามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกที่รอคอยสำเร็จ

33 ปี 7 เดือนคืออายุของเขาในวันที่เป็นแชมป์และนี่คือ ฮีโลโอลิมปิกสมจิต จงจอหอ สถิติของนักชกอายุมากที่สุดตลอดกาล ที่คว้าเหรียญทองได้มากเท่าไหร่ที่สุดแล้วชัยชนะอันหอมหวานเกินกว่าที่จะจินตนาการได้ ผมเจ็บมาเยอะผมโดนมาเยอะผมอยากให้คนไทยสู้ๆอย่างผม นี่คือประโยคที่สมจิตรพูดทั้งน้ำตาลูกผู้ชาย วันแห่งความทรงจำความสำเร็จไม่เคยมีคำว่าทางลัด ชีวิตที่ 2-3 และ 4 เสมอค่ะคุณพยายามหากวันนี้คุณกำลังท้อแท้ จงถามตัวเองว่าที่เจ็บมาเยอะนั้นได้สู้อย่างสมจิตรจงจอหอแล้วหรือยัง

ติดตามและไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของ ข่าวมวย

ข่าวล่าสุด