มานัส บุญจำนงค์

มานัส บุญจำนงค์

มานัส บุญจำนงค์ ชกรอบชิงชนะเลิศ 2004 กับแชมป์เปี้ยนจากคิวบา

มานัส บุญจำนงค์ การเข้ามาจนามาถึงรอบชิงชนะเลิศในโอลิมปิก 2004 ที่กรีซวันนี้เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ เจอกันนักมวยคิวบาซึ่งเป็นเต็งหนึ่ง ก่อนมาคราวนี้นะครับเป็นแชมป์อเมริกันเกมส์ นั้นหมายถึงอเมริกาทั้งหมดครับ ทั้งเหนือทั้งกลางแคริบเบียนอเมริกาใต้ ปรากฏว่าคู่ต่อสู้ของ มานัส บุญจำนงค์ นักมวยวันนี้จอนสั้นเป็นนักมวยเหรียญทองแดง เป็นมวยซ้ายและเมื่อดูฟอร์มการชก แต่รอบแรกมาแล้วปรากฏว่า คู่ชกบอบช่ำน้อยครับรอบแรก

ก็ได้บ่ายไม่ต้องชกรอบ 2 ชนะ isc จริงๆคือรอบ 8 คนสุดท้ายกลับ 4 คนสุดท้ายคือรอบรองชนะเลิศเท่านั้นครับแล้วก็มาถึง มานัสบุญจำนงค์เจอนัมวยคิวบา ของเราในขณะที่ทั้ง 4 ครั้งผ่านมาของนักชกไทยเจอของจริงมาตลอด ร่างกายก็ได้รับความบอบช่ำมาโดยตลอด ก่อนการชกเกจิดังฝรั่งโดยเฉพาะ ฝั่งอเมริกาก็คาดหวังว่านักมวยของเขาจะเป็นผู้ชนะ เพราะมอว่ามีการชกที่สวยงาม เป็นมวยซ้ายอีกต่างหากในสาย นี้ถือว่าเป็นไปได้ครับเพราะว่า ในโลกนี้มีมวยถนัดซ้ายแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ที่ตามงานวิจัยของฝรั่งด้วยนะครับอีก 90% เป็นมือขวาโดยส่วนใหญ่เจอมวยขวา ประจังหน้ากันเจอสักที 1 หมวยขวาก็รับไม่ทันเหมือนกันโอกาสแพ้จึงมีสูง นอกจากงานวิจัยของฝรั่งเศส เหมือนกันบอกว่าคนถนัดซ้าย เวลาเล่นกีฬาประเภทเดี่ยวด้วยกัน ตัวต่อตัวนั้นจิตใจมั่นคงกว่า

มีสมาธิแก้ปัญหาได้ดีกว่าคนถนัดขวา เท็จจริงประการใดไม่ทราบนะครับ แต่ว่าเราสังเกตอาการอย่างแก้ปัญหา เล่นกีฬาประเภทเดี่ยวเก่งมาก ใกล้ตัวก็มีนะครับเขาทรายแกแล็คซี่ นี่ก็เลี้ยวซ้ายผ่านตลอดเหมือนกัน เก่งมากประกอบกับทฤษฎีของฝรั่ง ก็เลยเชื่อกันว่ามวยซ้ายคิวบามีโอกาสชนะมานัส บุญจำนงค์ เรามากกว่าแต่ทั้งฝั่งของเราครับดูฟอร์มของมนัส บุญจำนงค์ แล้วก็ยังเชื่อว่าความปราดเปรียว ว่องไวเฉลียวฉลาดและความแข็งแกร่ง ทฤษฎีเหลือเกินน่าจะมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง การแข่งขันมวยสากลชกกัน 4 ยกนะครับยกละ 2 นาทีและกติกานั้นเป็นโอลิมปิก 2004 การให้คะแนนของกรรมการนั้นทำการให้ดีจริงๆครับ ให้คะแนนเราดูแล้วไม่น่าจะได้คะแนนก็ให้คะแนน

การให้คะแนนทั้งดูการชกและดูคะแนนไปด้วย ไม่รู้มันจะขึ้นเมื่อไหร่มวยชกกันอยู่นั้น ผมจอด้านซ้ายข้างล่างครับดูตลอดเวลา ดูมวยชกไปด้วยทำงานไปด้วยคะแนนขึ้นเท่าไหร่กี่เปอร์เซ็นต์ แล้วน่าจะขึ้นก็ไม่ขึ้นพื้นที่รับผิดชอบให้ดูคะแนน เฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากนักมวยที่กำลังชกดีๆ นักมวยชาติที่เราเชียร์อยู่ที่เราดูอยู่รอบชิงเหรียญทอง ยิ่งใจหายต้องคอยดูนะครับทำใจว่า มนัส บุญจำนงค์ มันมีความตื่นเต่นมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งยกที่ 4 มานัส บเญจำนงค์ ความฉลาดของมานัสเหลือเกินครับวิชามารเยอะจริงๆ ชกไม่เอาใจคนดูครับเพื่อจะได้ชัยชนะอย่างแท้จริง thaiboxing888.com เว็บนี้เท่านั้นนำเรื่องราวยอดมวยโอลิมปิก ในกานนำเสนชกชิงแชมป์เพราะการชกในยกที่ 4 เราย้อนหลังกลับไปดูการชกใหม่อีกครั้งหนึ่ง ดูแบบทราบผลแล้วคราวนี้จะดูไปยิ้มไป มานัส บุญจำนงค์ และวิชามารของเขาให้เป็นผู้ชม

มานัส บุญจำนงค์

มานัส บุญจำนงค์ นักมวยประว้ติศาสตร์โอลิมปิก

นักมวยประวัติศาสตร์โอลิมปิก ชื่อเล่นชื่อเติ้ลตอนนี้ก็อายุ 40 นักมวยเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ปี 2004 และเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ปี 2008 ครับบ้านมีค่ายมวยอยู่ข้างบ้านเลย เพื่อนผมเขาชกมวยผมมีค่ายมวยเราก็ไม่รู้หรอก พ่อจ้างเราไปต่อยกับลูกเขา เราก็ร้องไห้โดนปต่อยร้องทุกวัน จนมีคู่มวยที่ว่าทำผมขึ้นมาบ้านเขาอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาเห็นเขาก็เรียกผมไปถามว่า อยากเป็นนักมวยไหมครับแล้วเขาก็ได้มาซ้อม กับครูมวยผมคนแรกคือครูประจักษ์ ปานสะหวัน

ทุกคนจะมองผมว่าผมไม่เคยต่อยมวยไทยมา ผมเคยต่อยมาแต่ไม่เยอะผมต่อยอยู่ราชบุรีสุพรรณบุรี เมืองกาญมีแต่คนรู้จักถ้าคนรู้จักผมเยอะครับ ผมเก่งเขาเรียกผมเป็นจุดกำเนิดของมวย ต้อนี้งขอบคุณพ่อผมมากพาไปวิ่ง ร้องไห้วิ่งตากฝนลดน้ำหนักจนได้ แล้วก็นั่งรถไฟไปคนเดียวด้วย ไปที่จังหวัดสงขลาเพื่อไปแข่งกีฬาเยาวชน ไปต่อยไม่คิดว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จ คือได้เหรียญทองแล้วก็เป็นจังหวะ ที่โค้ชฟอร์นตาเนี่ยนเข้าไปนั่งดูด้วย แต่เราก็ไม่รู้จักหรอกแต่ว่าเราเขาเป็นใคร หรืออะไรอย่างนี้แล้วต่อมาก็มีทางสมาคม มวยมีผู้ใหญ่เข้ามาติดต่อที่โรงเรียน

และนั่นคือเป็นจุดเริ่มต้น ของการเป็นนักมวยสากลอาชีพ ของมนัสบุญจำนงค์ซึ่งได้ไปเก็บตัว เป็นชุดเยาวชนทีมชาติไทย ตั้งแต่เรียนอยู่มัธยมปลายที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งการที่เขาเติบโตมาแบบนั้นก็เพราะว่า ได้ซึมซับมวยตั้งแต่เป็นเด็กและมีคนคอยดูแล เอาใจใส่ตลอดมาตั้งแต่การเก็บตัว จนถึงการฝึกซ้อมในตลอดระยะเวลา ที่เขาเป็นนักมวยในค่ายซึ่งการได้เป็นตัวแทน ของจังหวัดไปแข่งเยาวชนในระดับประเทศ ถือว่าเป็นขั้นสูงสุดของเด็กคนหนึ่ง ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักมวยด้วยผลงาน และฝีมือเข้าขั้นติดทีมชาติด้วยการปุกปั้นจากโค้ชชาวต่างชาติ ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดนักมวยโอลิมปิก ของประเทศไทยมาหลายยุคสมัย

ซึ่งโค้ชจากคิวบาได้เห็นฝีไม้ลายมือ และการชกของมนัสบุญจำนงค์ ในครั้งนั้นซึ่งถือว่าเป็นเพชรเม็ดงาม ของวงการมวยก็ว่าได้ด้วยการไปดู มานัสชกในวันชิงเหรียญทองเยาวชน ที่จังหวัดสงขลาเขาสามารถที่จะการันตี นักมวยคนนี้ตั้งแต่วันแรกที่เห็นการชก ว่าอนาคตต้องเป็นนักมวยที่สามารถ คว้าเหรียญทองมาให้กับประเทศไทยได้อย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากมนัสบุญจำนงค์ชกชนะ ได้เหรียญทองและกลับมายังจังหวัดราชบุรี ก็ได้มีสมาคมมวยสากลติดต่อ ให้เขาไปร่วมฝึกซ้อมกับสมาคมมวยสากลอาชีพ ซึ่งในครั้งนั้นมานัสก็อยู่ในระดับมปลาย ก็ใกล้จะเรียนจบพอดีจึงได้ตกลง ที่จะเข้าร่วมฝึกซ้อมกับสมาคมมวยสากลอาชีพ

ซึ่งในตอนแรกมานัสก็ยังเป็นเด็ก อยู่ในสมาคมต้องฝึกซ้อมและเรียนรู้ประสบการณ์ จากรุ่นพี่อีกมากมายไม่ว่าจะเป็น สมรักษ์ คำสิงห์ วิจารณ์ พลฤทธิ์ สมจิตรจงจอหอ นักชกเหล่านี้ล้วนแต่เป็นรุ่นพี่ ที่มานัสได้เรียนรู้ประสบการณ์เหล่านั้น จนปัจจุบันนี้มานัดได้ก้าวขึ้นเป็นนักมวย สากลอาชีพของสมาคมอย่างเต็มตัว ด้วยการไล่ล่าเหรียญทองตั้งแต่ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ซึ่งจุดสูงสุดของเขาก็คือ การได้แชมป์โอลิมปิกในครั้งนั้น ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

ก็นั่นแหละครับชีวิตของคนเราทุกคน วาสนาไม่เหมือนกันโชคชะตานำพา ให้ไปถึงจุดที่ใครไม่อาจจะไปถึงได้ น้อยคนที่จะก้าวขึ้นไปคว้าเหรียญทองโอลิมปิกในครั้งนั้น ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก หลังจากที่เขากลับมาอย่างประเทศไทย ในฐานะวีรบุรุษเหรียญทองโอลิมปิก แน่นอนว่าเงินทองชื่อเสียงที่ตามมา มันย่อมเป็นดาบสองคมให้กับนักมวยอีกหลายคน ที่เคยผ่านจุดนี้มาการใช้ชีวิตที่สุขสบาย หลังจากที่ได้เงินมาใช้เงินอย่างไม่คิดทำให้มานัส บุญจำนงค์ ถูกผู้สื่อข่าวจับจ้องรายงานสถานการณ์ ของเจ้าตัวตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเป็นข่าวทางด้านการดื่มสุรา การทะเลาะวิวาทจนขึ้นโรงพัก ทุกสิ่งทุกอย่างของมานัสเกิดขึ้นหลังจาก ที่เขาเป็นวีรบุรุษเหรียญทองจากที่เขาได้เหรียญทองในครั้งนั้น เขาก็ได้หยุดการชกไประยะหนึ่ง แต่พอช่วงเวลาที่ต้องคัดตัวโอลิมปิกอีกรอบ ทางสมาคมมวยสากลอาชีพแห่งประเทศไทย จึงได้เรียกตัวเขากลับไปฝึกซ้อม เพื่อคัดตัวไปโอลิมปิกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งความสามารถของมนัสบุญจำนงค์ คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเขาคือยอดนักมวยสากล ในรุ่นนั้นโดยเฉพาะที่เขาคัดตัวรอบที่ 2 สามารถที่จะไปโอลิมปิกได้ ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นที่ประเทศจีนในปี 2008 คงทราบดีว่าในสายตาของแฟนมวย ในประเทศต่างจ่องมองว่าเขาไม่น่าจะผ่านรอบแรกได้ เพราะสภาพร่างกายที่ห่างเหินเวที และการประพฤติตัวที่ไม่เหมาะสม

จึงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ต่างออกมามากมายแต่คำเหล่านี้ มันเป็นแรงผลักดันให้เขาก้าวขึ้นสู่สังเวียน แบบมุ่งมั่นมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า ด้วยการโชว์ผลงานจากรอบแรก และถึงรอบรองชนะเลิศแบบที่แฟนมวย ในประเทศไทยไม่คาดคิดเขาสามารถ ที่จะเข้าชิงชนะเลิศเหรียญทองโอลิมปิกได้อีก ครั้งหนึ่งถือว่าเป็นที่ภาคภูมิใจของมวยชาวไทย และเป็นหน้าประวัติศาสตร์ของวงการมวยสากล ของไทยอีกด้วยซึ่งไม่มีนักชกคนไหน พี่สามารถก้าวขึ้นไปชิงเหรียญทองโอลิมปิกสองครั้งซ้อนได้ เหมือนกับมานัสบุญจำนงค์ซึ่งในครั้งนั้น มันเป็นความผิดหวังซึ่งมานัสได้ชิงกับเจ้าภาพ คือนักมวยจากจีนคงไม่ปฏิเสธได้ว่า

บทละครมันต้องมีการเขียนขึ้น ก่อนการแสดงจริงแน่นอนซึ่งผลปรากฏว่า มานัสก็แพ้นักมวยเจ้าภาพในรอบชิงชนะเลิศ ไปอย่างที่ทุกคนคาดคิดไว้ตั้งแต่ตอนแรกแต่นั่นก็คือ การที่เขาได้เหรียญเงินอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จแต่ในครั้งนั้น ก็ยังมีนักชกไทยที่สามารถได้เหรียญทองนั้นก็คือ สมจิตร จงจอหอที่กู้หน้าให้กับสมาคมมวยสากลอาชีพแห่งประเทศไทย ได้เป็นผลสำเร็จซึ่งถือว่าครั้งนั้น นักชกชาวไทยสามารถคว้าเหรียญโอลิมปิกมาได้ถึง 2 รุ่นและ 2 เหรียญด้วยกันก็คือ เหรียญทองจากสมจิตรจงจอหอ และเหรียญเงินโอลิมปิกจาก มานัสบุญจำนงค์ซึ่งเป็นแชมป์เก่าในรุ่นนี้

บทบาทใหม่มานัสบุญจำนงค์ เทรนเนอร์สอนมวยดารา

นั่นแหละครับชีวิตของคนเรา มีขึ้นจุดสูงสุดก็ลงจุดสูงสุดได้ จากจุดที่ประสบความสำเร็จณวันนั้น จนถึงวันนี้เขาไม่สามารถที่จะกลับคืน สู่สังเวียนได้อีกครั้งเพราะว่าอายุที่มากขึ้น สภาพร่างกายที่ปล่อยตัวให้อ้วนขึ้น มันจึงทำให้มานัสไม่ถูกเรียกติดทีมชาติอีกต่อไป และหลังจากนั้นเขาก็ใช้ชีวิตอยู่กับสุราและนารี เป็นประจำซึ่งก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาเรื่อยๆ จนเงินเขาหมดเกลี้ยงถือว่า เป็นนักมวยชกที่ถังแตกเร็วที่สุด ถึงแม้เขาจะคว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาได้ถึง 2 ครั้ง 2 สมัย 2 เหรียญด้วยกันแต่ก็ยังไม่สามารถ ที่จะมีเงินพอที่จะเก็บไว้ใช้จ่ายได้ ซึ่งเป็นความล้มเหลวของนักมวยที่ครั้งหนึ่ง เคยหลงผิดเดินทางในเส้นทางที่แตกต่างจากนักมวยที่เขาทำกัน โดยหลังจากที่เขาประสบปัญหามรสุมชีวิต เป็นอย่างมากและได้ผันตัวเอง มาเป็นเทรนเนอร์ฝึกสอนมวย ให้กับค่ายมวยต่างๆซึ่งมีค่ายมวยจากประเทศจีน สนใจในฝีไม้ลายมือของมานัสตั้งแต่ที่เขา ชกรอบชิงชนะเลิศกับมวยเจ้าภาพจีนในครั้งนั้น

สามารถฝากฝีมือให้กับแฟนมวยชาวจีน ได้ชมและติดตาใจจึงได้ถูกเชิญให้เป็นเทรนเนอร์ ฝึกสอนมวยที่ประเทศจีนหลังจากนั้น ข่าวคราวของเขาก็ได้เงียบหายไปในพริบตาจนเกิดช่วง covid ระบาดทำให้มานัสนั้นต้องกลับมาประเทศไทย และไม่ได้เป็นเทนเนอร์ที่ประเทศจีนอีกต่อไป เพราะเนื่องจากช่วง covid ระบาดไม่สามารถเดินทางกลับไปฝึกสอนได้ จึงต้องหยุดพักที่ประเทศไทยหลังจากนั้น เขาก็ได้มาชมค่ายมวยของเพื่อนที่อยู่ในกรุงเทพฯ เขาได้ไปชมดาราคนนึงซึ่งในตอนนั้น กำลังจะมีรายการชกในไฟต์ของดาราซึ่งมีการชักชวนให้ มานัสเทรนเนอร์มวยดารา ให้ตอนแรกซึ่งถือว่าเขาก็ไม่มีอะไรทำก็ตบปากรับคำ

เพื่อสอนมวยให้กับดารา ซึ่งตอนแรกก็มีเพียงคนเดียวที่เข้ามาเป็นลูกศิษย์ ต่อมาก็มีนักชกที่ถือว่าเป็นขวัญใจแฟนฟุตบอลชาวไทย คนหนึ่งก็คือรีสอร์ทธีรเทพวิโนทัยที่มีรายการขึ้นชกเช่นเดียวกัน จึงได้มาขออาสาให้กับมานัสบุญจำนงค์ เพื่อเทรนมวยให้ซึ่งตอนนั้นมานัสเอง ก็ยังว่างอยู่ตกปากรับคำทั้งสองคนเป็นที่เรียบร้อย ด้วยฝีไม้ลายมือและชั้นมวยถือว่าสุดยอด คนหนึ่งของประเทศไทยจึงได้แนะนำ วิธีการชกให้กับทั้งสองคนเป็นอย่างดี ซึ่งผลปรากฏว่านักชก 2 คนนี้สามารถคว้าชัยชนะให้กับทีม ได้เป็นผลสำเร็จถือว่าเป็นความสมบูรณ์แบบ กับชัยชนะที่ได้มา 100% ทั้งสองคนถือว่าสอบผ่านในเรื่องของการเป็นนักมวย ที่ได้ร่ำเรียนการถ่ายทอดวิชาจากมานัสในครั้งนี้

ติดตามและไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของ ข่าวมวย

ข่าวล่าสุด

ฤทธิ์เทวดา สิทธิกุล เผย คู่ชกชั่วโมงนี้เจอใครดี

ซ้ายเทวดา ฤทธิ์​เทวดา​ สิทธิ​กุล ที่ล่าสุดทางโปรโมเตอร์ชุ้นเกียรติเพชรตั้งเอาไว้ให้ชนกับเสมาเพชร แฟร

อ่านเพิ่มเติม »

ฤทธิ์เทวดา สิทธิกุล เผย คู่ชกชั่วโมงนี้เจอใครดี

ซ้ายเทวดา ฤทธิ์​เทวดา​ สิทธิ​กุล ที่ล่าสุดทางโปรโมเตอร์ชุ้นเกียรติเพชรตั้งเอาไว้ให้ชนกับเสมาเพชร แฟร

อ่านเพิ่มเติม »